7 ประเภทที่นอน ก่อนซื้อควรรู้ ที่นอนแต่ละแบบแตกต่างกันยังไง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

การเลือกที่นอนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะที่นอนจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับและสุขภาพในระยะยาว การเลือกที่นอนที่เหมาะสมจึงต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น ความสะดวกสบาย การรองรับน้ำหนัก และการดูแลรักษา วันนี้ Zcoopy Sleep จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ 7 ประเภทที่นอน ก่อนซื้อควรรู้ ที่นอนแต่ละแบบแตกต่างกันยังไง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ

ประเภทที่นอน-ที่นอนสปริงแบบ-Bonnell

1. ที่นอนสปริงแบบ Bonnell

โครงสร้างที่นอน ที่นอนสปริงแบบ Bonnell ใช้ระบบสปริงที่มีลักษณะคล้ายกันทั้งหมด โดยมีลวดเหล็กพันเป็นรูปห่วงเชื่อมต่อกันทั่วทั้งที่นอน

ข้อดีของที่นอนสปริงแบบ Bonnell

  • ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับงบประมาณจำกัด
  • ความแข็งแรงสูง รองรับน้ำหนักได้ดี
  • ระบายอากาศได้ดี ช่วยให้ไม่รู้สึกอับชื้น
  • ให้ความรู้สึกแข็งแรงในการนอน
  • ใช้งานได้ยาวนาน หากดูแลรักษาอย่างดี

ข้อจำกัดที่นอนสปริงแบบ Bonnell

  • มักจะมีเสียงขณะเคลื่อนไหว ซึ่งอาจรบกวนการนอน
  • ไม่สามารถรองรับแรงกดจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม
  • อาจรู้สึกไม่สบายเมื่อใช้ในระยะยาว
  • ระบบสปริงอาจไม่สามารถรองรับร่างกายได้ทั่วถึง
  • มีน้ำหนักค่อนข้างมาก

เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับคนที่มองหาที่นอนราคาประหยัด หรือใช้ในห้องนอนที่ไม่ต้องการความนุ่มนวลเกินไป

ประเภทที่นอน-ที่นอนสปริงแบบ-Pocket-Spring

2. ที่นอนสปริงแบบ Pocket Spring

โครงสร้างที่นอน ที่นอนประเภทนี้มีสปริงที่แยกจากกันในกระเป๋าผ้าแต่ละอัน ทำให้แต่ละสปริงรองรับน้ำหนักได้อิสระ

ข้อดีที่นอนสปริงแบบ Pocket Spring

  • รองรับน้ำหนักได้ดี ช่วยให้ร่างกายได้รับการรองรับที่เหมาะสม
  • ไม่เกิดเสียงดังขณะขยับตัว
  • กระจายน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ ลดการตื่นขึ้นเมื่อมีการขยับตัว
  • ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้ที่นอนอับชื้น
  • เหมาะสำหรับการนอนหลับที่มีความนุ่มสบาย

ข้อจำกัดที่นอนสปริงแบบ Pocket Spring

  • ราคาแพงกว่าแบบ Bonnell
  • ค่อนข้างหนัก
  • อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบที่นอนแข็ง
  • อาจจะยากในการหาซื้อที่มีขนาดพิเศษ
  • ต้องดูแลรักษาดี เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายจากการขยับมากเกินไป

เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความสะดวกสบายสูงและต้องการการรองรับน้ำหนักที่ดี

ประเภทที่นอน-ที่นอนฟองน้ำ-(Foam-Mattress)

3. ที่นอนฟองน้ำ (Foam Mattress)

โครงสร้างที่นอน ใช้ฟองน้ำคุณภาพสูง ซึ่งสามารถปรับความนุ่มและความแข็งได้ตามความต้องการ

ข้อดีที่นอนฟองน้ำ (Foam Mattress)

  • เบาและเคลื่อนย้ายง่าย
  • ราคาประหยัด
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความนุ่มเป็นพิเศษ
  • ไม่เกิดเสียงดังขณะขยับตัว
  • ช่วยลดแรงกดทับบนร่างกาย

ข้อจำกัดที่นอนฟองน้ำ (Foam Mattress)

  • อาจเกิดการยุบตัวเมื่อใช้ไปนานๆ
  • ระบายอากาศได้น้อยกว่าแบบสปริง
  • อาจทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่าย
  • ไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี
  • ความคงทนไม่เท่ากับที่นอนประเภทอื่นๆ

เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการที่นอนนุ่มราคาถูก หรือสำหรับผู้ที่น้ำหนักไม่มาก

ประเภทที่นอน-ที่นอนยางพารา

4. ที่นอนยางพารา (Latex Mattress)

โครงสร้างที่นอน ทำจากยางพาราธรรมชาติที่มีความยืดหยุ่นสูง รองรับรูปร่างของร่างกายได้ดี

ข้อดีที่นอนยางพารา (Latex Mattress)

  • รองรับร่างกายได้ดี ช่วยลดอาการปวดหลัง
  • อายุการใช้งานยาวนาน
  • ไม่เกิดเสียงดังขณะขยับตัว
  • ระบายอากาศดีเยี่ยม ไม่เกิดความอับชื้น
  • เป็นวัสดุธรรมชาติ ปลอดภัยจากสารเคมี

ข้อจำกัดที่นอนยางพารา (Latex Mattress)

  • ราคาแพง
  • น้ำหนักค่อนข้างหนัก
  • อาจมีกลิ่นยางพาราในช่วงแรก
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบที่นอนแข็ง
  • อาจไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้สารจากยางพารา

เหมาะกับใคร เหมาะกับผู้ที่ต้องการที่นอนที่มีความยืดหยุ่นสูง และผู้ที่มองหาความสะดวกสบายระยะยาว

ประเภทที่นอน-ที่นอนเมมโมรี่โฟม-Memory-Foam-Mattress

5. ที่นอนเมมโมรี่โฟม (Memory Foam Mattress)

โครงสร้างที่นอน ใช้โฟมที่มีคุณสมบัติในการปรับตัวตามรูปทรงของร่างกาย ช่วยกระจายน้ำหนัก

ข้อดีที่นอนเมมโมรี่โฟม (Memory Foam Mattress)

  • ลดการเจ็บปวดจากการนอน
  • รองรับน้ำหนักได้ดี ช่วยลดแรงกดทับ
  • นุ่มและรองรับทุกส่วนของร่างกาย
  • ปรับตัวตามอุณหภูมิของร่างกาย
  • ไม่เกิดเสียงดังขณะขยับตัว

ข้อจำกัดที่นอนเมมโมรี่โฟม (Memory Foam Mattress)

  • ราคาแพง
  • อาจทำให้รู้สึกร้อนในช่วงฤดูร้อน
  • มีน้ำหนักค่อนข้างมาก
  • ระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าที่นอนประเภทอื่น
  • อาจมีกลิ่นจากวัสดุใหม่ในช่วงแรก

เหมาะกับใคร เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาปวดหลัง หรือผู้ที่ต้องการที่นอนที่ช่วยปรับรูปทรงของร่างกาย

ประเภทที่นอน-ที่นอนไฮบริดHybrid-Mattresses

6. ที่นอนไฮบริด (Hybrid Mattresses)

โครงสร้างที่นอน ผสมผสานระหว่างสปริงและฟองน้ำหรือเมมโมรี่โฟม เพื่อความยืดหยุ่นและความสบาย

ข้อดีที่นอนเมมโมรี่โฟม (Memory Foam Mattress)

  • รวมข้อดีของสปริงและฟองน้ำเข้าด้วยกัน
  • รองรับน้ำหนักได้ดี ช่วยให้ร่างกายพักผ่อนเต็มที่
  • กระจายแรงกดได้ดี
  • ระบายอากาศได้ดี
  • มีหลายระดับความนุ่มให้เลือก

ข้อจำกัดที่นอนเมมโมรี่โฟม (Memory Foam Mattress)

  • ราคาแพง
  • น้ำหนักมาก
  • อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบที่นอนแข็ง
  • ความคงทนอาจไม่ยาวนานเท่าที่นอนประเภทอื่น
  • อาจต้องดูแลรักษามากกว่า

เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การนอนที่ดีที่สุดจากทั้งสองประเภท

ประเภทที่นอน-ที่นอนใยมะพร้าว

7. ที่นอนใยมะพร้าว

โครงสร้างที่นอน: ทำจากใยมะพร้าวที่มีความแข็งแรงสูงและเป็นวัสดุธรรมชาติ

ข้อดีที่นอนใยมะพร้าว

  • เป็นวัสดุธรรมชาติ ปลอดภัย
  • รองรับน้ำหนักได้ดี
  • ระบายอากาศดี
  • ไม่เกิดกลิ่นอับชื้น
  • ทนทานและยืดอายุการใช้งาน

ข้อจำกัดที่นอนใยมะพร้าว

  • ค่อนข้างแข็ง
  • ราคาสูง
  • อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบที่นอนนุ่ม
  • อาจมีน้ำหนักมาก
  • การดูแลรักษาค่อนข้างยาก

เหมาะกับใคร เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบวัสดุธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการที่นอนที่รองรับน้ำหนักได้ดีและทนทาน

ซื้อที่นอนยี่ห้อไหนดี-รีวิวที่นอนมาตรฐานโรงแรม-Zcoopy-3

ที่นอน Zcoopy Oceana Supreme

ราคา ฿4,790.00 – ฿6,790.00
ไปที่สินค้า

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาที่นอนดีๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนการนอนในโรงแรมหรู 5 ดาว Zcoopy Sleep รุ่น Oceana Supreme ที่นอนยางพาราแท้ 100% ผสานพ็อกเก็ตสปริง และชั้นคูลเจลเมมโมรี่โฟม คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด! ที่นอนรุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์การนอนที่ดีเยี่ยมเหมือนกับการพักผ่อนในรีสอร์ทสุดหรูที่คุณฝันถึง ที่สำคัญยังมาพร้อมเทคโนโลยีและวัสดุที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีเพื่อการนอนที่มีคุณภาพสูงสุดในทุก ๆ คืน

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้

1. ความเฟิร์มพอดีที่ช่วยรองรับสรีระ
Zcoopy Sleep รุ่น Oceana Supreme ให้ความเฟิร์มในระดับที่พอดีอยู่ที่ระดับ 7 ซึ่งเป็นความนุ่มแน่นที่ช่วยรองรับน้ำหนักตัวได้อย่างสมดุล โดยเฉพาะผู้ที่มีความกังวลเรื่องการยุบตัวของที่นอน จะรู้สึกสบายเพราะที่นอนจะไม่ยวบจมลงไป แต่ยังคงให้ความรู้สึกนุ่มสบายในทุกการเคลื่อนไหว

2. วัสดุคุณภาพเพื่อความทนทานและสบายยาวนาน
ที่นอน Zcoopy Sleep รุ่น Oceana Supreme ใช้วัสดุคุณภาพสูงที่คัดสรรมาอย่างดีตั้งแต่ชั้นแรกจนถึงชั้นสุดท้าย ช่วยเพิ่มความสบายในทุกการนอน ไม่ว่าจะเป็น

  • วัสดุเมมโมรี่ผสมคูลเจล ช่วยรองรับบริเวณเอว ให้ความสบายบริเวณหลังส่วนล่าง
  • ยางพาราแท้ไม่ผสมสารสังเคราะห์ ยืดหยุ่น รองรับร่างกายได้ดี
  • โฟมที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมคืนตัวได้ดี ช่วยเสริมการรองรับสรีระได้ดียิ่งขึ้น
  • พ็อกเก็ตสปริงแยกลูก ช่วยรองรับร่างกาย 5 โซนตามนํ้าหนักสรีระแต่ละส่วนของร่างกาย ไม่รบกวนคนข้าง ๆ ขณะพลิกตัว
  • แผ่นรองสปริง ทนทาน ช่วยยืดอายุการใช้งานของที่นอนกว่า 10 ปี

3. ส่งมอบความสบายเหมือนนอนโรงแรมหรูสู่บ้านคุณ
ที่นอนมีความหนาถึง 10 นิ้ว และมีให้เลือกตั้งแต่ 3.5/5/6 ฟุต โดยจัดส่งที่นอนในรูปแบบกล่องสุญญากาศ เคลื่อนย้ายง่าย ติดตั้งสะดวกสบาย ถึงบ้านคุณ หากใครกำลังมองหาที่นอนดีๆ ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอน

สามารถเข้าไปดูได้ที่ >> ที่นอน Zcoopy Oceana Supreme

หรือ Facebook Fanpage >> Zcoopy Sleep